นโยบายความเป็นส่วนตัว

 

NOPROBLEM ORIGINAL

ฉบับปรับปรุง:

บริษัท ลมหายใจ จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้ติดต่อสอบถาม และผู้เข้าชมเว็บไซต์ No Problem Original ที่ www.noproblemoriginal.com

นโยบายนี้อธิบายการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเยี่ยมชมเว็บไซต์ การสั่งซื้อสินค้า การขอใบเสนอราคา การติดต่อเรื่องผลิตเสื้อ สกรีนหรือปัก และการรับบริการจากบริษัท รวมถึงช่องทางติดต่อและสิทธิของเจ้าของข้อมูล

1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ลมหายใจ จำกัด เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการดำเนินงานที่ระบุในนโยบายนี้

ที่อยู่บริษัท: 87/96 ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160

ที่ตั้งโรงงาน: 58/17 ซอยสุขสวัสดิ์ 14/19 แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150

2. ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมและแหล่งที่มา

บริษัทเก็บข้อมูลเท่าที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อหรือบริการที่ท่านใช้ เช่น

  • ข้อมูลติดต่อ: ชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่จัดส่ง และข้อมูลติดต่อผ่าน LINE หรือสื่อสังคมออนไลน์ที่ท่านให้ไว้
  • ข้อมูลคำสั่งซื้อและบริการ: รายการสินค้า สี ไซซ์ จำนวน เลขคำสั่งซื้อ ข้อมูลการจัดส่ง และประวัติการติดต่อเกี่ยวกับคำสั่งซื้อ
  • ข้อมูลการชำระเงินและเอกสาร: รายละเอียดหรือหลักฐานการชำระเงินที่ท่านส่งให้ รวมถึงข้อมูลสำหรับออกเอกสารทางการค้าหรือภาษีเมื่อท่านร้องขอและเท่าที่จำเป็น
  • ข้อมูลการขอใบเสนอราคา: ชื่อผู้ติดต่อหรือองค์กร รายละเอียดงาน จำนวนสินค้า วันที่ต้องการใช้ และไฟล์หรือภาพประกอบที่ท่านส่งมา ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ด้วย
  • ข้อมูลการติดต่อและบริการหลังการขาย: ข้อความสอบถาม ข้อร้องเรียน รูปภาพ หรือข้อมูลประกอบที่ท่านแจ้งเพื่อให้บริษัทตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ
  • ข้อมูลการใช้เว็บไซต์: ข้อมูลทางเทคนิคหรือข้อมูลจากคุกกี้ ตามเครื่องมือที่เปิดใช้งานจริงและรายละเอียดในข้อ 7

ข้อมูลส่วนใหญ่ได้รับจากท่านโดยตรงผ่านแบบฟอร์มเว็บไซต์ ระบบสั่งซื้อ อีเมล โทรศัพท์ LINE หรือช่องทางที่ท่านเลือกติดต่อ บริษัทอาจได้รับข้อมูลสถานะการชำระเงินหรือการจัดส่งจากผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งซื้อของท่านด้วย

หากท่านให้ข้อมูลของผู้รับสินค้าหรือผู้ติดต่ออื่น กรุณาแจ้งให้บุคคลนั้นทราบถึงการให้ข้อมูลแก่บริษัทและนโยบายนี้ และให้ข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน

3. วัตถุประสงค์และฐานในการใช้ข้อมูล

บริษัทใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์และฐานกฎหมายที่เหมาะสมกับแต่ละกรณี ได้แก่

  1. ตอบคำถามและจัดทำใบเสนอราคา เพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา
  2. รับและดำเนินการตามคำสั่งซื้อ รวมถึงตรวจสอบการชำระเงิน ผลิตหรือจัดเตรียมสินค้า จัดส่ง แจ้งสถานะ และให้บริการตามข้อตกลง โดยอาศัยความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญา
  3. จัดทำเอกสารและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น งานบัญชี ภาษี และการดำเนินการตามคำร้องขอที่ชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานที่มีอำนาจ
  4. ดูแลลูกค้าและตรวจสอบปัญหา รวมถึงข้อร้องเรียน การจัดส่งผิดรายการ การตรวจสอบคุณภาพ และข้อพิพาท โดยอาศัยการปฏิบัติตามสัญญา หน้าที่ตามกฎหมาย หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายตามลักษณะของเรื่อง
  5. ดูแลความปลอดภัยและปรับปรุงบริการ เช่น ตรวจสอบการใช้งานที่ผิดปกติและป้องกันการทุจริต โดยอาศัยประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย และคำนึงถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูล
  6. ส่งข่าวสารหรือการตลาดในกรณีที่บริษัทดำเนินกิจกรรมนั้น โดยใช้ฐานกฎหมายที่เหมาะสม หากกิจกรรมนั้นต้องอาศัยความยินยอม บริษัทจะขอความยินยอมแยกอย่างชัดเจน ท่านสามารถถอนความยินยอมหรือคัดค้านการตลาดทางตรงผ่านช่องทางติดต่อท้ายหน้านี้

การสั่งซื้อสินค้าไม่ถือเป็นการให้ความยินยอมรับการตลาดโดยอัตโนมัติ การปฏิเสธการตลาดไม่กระทบการดำเนินการตามคำสั่งซื้อของท่าน

หากท่านไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็น เช่น ที่อยู่จัดส่งหรือข้อมูลติดต่อ บริษัทอาจไม่สามารถจัดส่งสินค้า จัดทำใบเสนอราคา หรือดำเนินการตามบริการที่ท่านร้องขอได้ โดยบริษัทจะแจ้งข้อมูลที่จำเป็นตามแต่ละกรณี

4. การเข้าถึงและเปิดเผยข้อมูล

บริษัทจำกัดการเข้าถึงข้อมูลตามหน้าที่และความจำเป็นของงาน และอาจเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้บุคคลหรือหน่วยงานต่อไปนี้

  • ทีมงานที่รับผิดชอบการขาย การเงิน การผลิต การจัดส่ง และการดูแลลูกค้า รวมถึงผู้รับอีเมลแจ้งคำสั่งซื้อที่บริษัทกำหนดให้รับผิดชอบงานนั้น
  • ผู้ให้บริการระบบเว็บไซต์และระบบร้านค้า เช่น Readyplanet / R-Shop รวมถึงผู้ให้บริการอีเมลและระบบสื่อสารที่บริษัทใช้ดำเนินงาน
  • บริษัทขนส่ง เช่น Flash Express เพื่อจัดส่งสินค้าและติดตามปัญหาการจัดส่ง
  • ธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงิน เฉพาะช่องทางที่ใช้กับรายการของท่าน
  • ผู้ให้บริการบัญชี ที่ปรึกษา หรือผู้ให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานนั้น เมื่อมีความจำเป็น
  • หน่วยงานรัฐหรือบุคคลที่บริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมาย

การเปิดเผยแต่ละครั้งต้องจำกัดให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และมีฐานกฎหมายรองรับ หากบริษัทใช้ข้อมูลสำหรับวัตถุประสงค์อื่นที่ต้องแจ้งเพิ่มเติมหรือขอความยินยอม บริษัทจะดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด

5. การใช้ผู้ให้บริการที่ประมวลผลข้อมูลต่างประเทศ

การใช้บริการเว็บไซต์ อีเมล หรือแพลตฟอร์มสื่อสารบางประเภทอาจเกี่ยวข้องกับการประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูลในต่างประเทศ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและบริการที่บริษัทใช้งานจริง

หากมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ บริษัทจะพิจารณาและดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของท่านผ่านช่องทางติดต่อในข้อ 10

6. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูล

บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ตลอดระยะเวลาที่ท่านยังเป็นลูกค้าของบริษัท และจะเก็บและใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปีหลังจากสิ้นสุดการเป็นลูกค้าของบริษัท ทั้งนี้ เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหรือตามที่กฎหมายกำหนด

เมื่อพ้นระยะเวลาที่เกี่ยวข้องและไม่มีความจำเป็นหรือหน้าที่ตามกฎหมายให้เก็บรักษาต่อ บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามกระบวนการที่เหมาะสม

7. คุกกี้และการตั้งค่าคุกกี้

คุกกี้คือข้อมูลขนาดเล็กที่จัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของผู้ใช้งาน เพื่อสนับสนุนการทำงานของเว็บไซต์ จดจำการตั้งค่า และช่วยให้บริษัทปรับปรุงการให้บริการ

ประเภทคุกกี้ตามนโยบายของบริษัทประกอบด้วยประเภทต่อไปนี้ โดยการใช้งานขึ้นอยู่กับบริการหรือฟังก์ชันที่เปิดใช้งานบนเว็บไซต์

  1. คุกกี้ทางเทคนิคที่จำเป็น: ช่วยให้เว็บไซต์และระบบที่เกี่ยวข้องทำงานได้ และสนับสนุนการเข้าถึงบริการอย่างปลอดภัย
  2. คุกกี้ประกอบการทำงาน: จดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่า เช่น ภาษา รูปแบบการใช้งาน หรือข้อมูลบัญชีในกรณีที่มีการใช้ระบบบัญชี
  3. คุกกี้วัดผลการทำงาน: เก็บข้อมูลการเยี่ยมชมและรูปแบบการใช้งาน เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์
  4. คุกกี้โฆษณา: ใช้ข้อมูลการเยี่ยมชมหรือความสนใจเพื่อแสดงสินค้า บริการ หรือโฆษณาที่เกี่ยวข้อง และประเมินผลกิจกรรมโฆษณาในกรณีที่มีการใช้งาน
  5. คุกกี้จากบุคคลที่สาม: คุกกี้ที่กำหนดโดยผู้ให้บริการภายนอกซึ่งมีบริการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์

ท่านสามารถตั้งค่าหรือปฏิเสธคุกกี้ผ่านการตั้งค่าเบราว์เซอร์หรือการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของอุปกรณ์ที่ใช้ การปฏิเสธคุกกี้บางประเภทหรือทั้งหมดอาจทำให้บางฟังก์ชันของเว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

หากท่านมีคำถามเกี่ยวกับการใช้คุกกี้หรือการใช้ข้อมูลของท่าน สามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางในข้อ 10

8. การรักษาความปลอดภัย

บริษัทจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมกับลักษณะและความเสี่ยงของข้อมูล เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผยโดยไม่มีอำนาจหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

การเข้าถึงข้อมูลของทีมงานและผู้ให้บริการจะต้องอยู่ภายใต้หน้าที่และขอบเขตที่จำเป็น บริษัทจะทบทวนมาตรการให้เหมาะสมกับการดำเนินงานและหน้าที่ตามกฎหมาย

9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้หลักเกณฑ์และข้อยกเว้นตามกฎหมาย ท่านอาจขอใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลของท่าน ได้แก่

  • ขอเข้าถึงหรือรับสำเนาข้อมูล และขอทราบการได้มาของข้อมูลในกรณีที่กฎหมายกำหนด
  • ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
  • ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
  • ขอระงับการใช้ข้อมูล หรือคัดค้านการประมวลผลข้อมูลในกรณีที่ใช้สิทธินั้นได้
  • ขอรับหรือให้ส่งโอนข้อมูลในกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
  • ถอนความยินยอมสำหรับกิจกรรมที่อาศัยความยินยอม โดยไม่กระทบความชอบด้วยกฎหมายของการดำเนินการก่อนถอนความยินยอม
  • ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย

บริษัทอาจขอข้อมูลเท่าที่จำเป็นเพื่อยืนยันตัวตนและป้องกันการเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่น การดำเนินการตามคำขออาจมีข้อจำกัด เช่น หน้าที่เก็บเอกสารตามกฎหมายหรือความจำเป็นในการใช้สิทธิเรียกร้อง โดยบริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

10. ติดต่อเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล

หากท่านมีคำถามเกี่ยวกับนโยบายนี้ หรือต้องการขอใช้สิทธิ สามารถติดต่อบริษัท ลมหายใจ จำกัด ได้ที่

  • อีเมล: ilovelomhaijai@gmail.com
  • โทรศัพท์: 02-026-3727
  • ที่อยู่บริษัท: 87/96 ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160

กรุณาระบุว่าเป็นเรื่อง “ข้อมูลส่วนบุคคล — No Problem Original” พร้อมช่องทางติดต่อกลับและรายละเอียดคำขอเท่าที่จำเป็น

11. การปรับปรุงนโยบาย

บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายนี้เพื่อให้ตรงกับการดำเนินงานหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเผยแพร่ฉบับปรับปรุงพร้อมวันที่มีผลบนเว็บไซต์ และแจ้งเพิ่มเติมหรือขอความยินยอมเมื่อกฎหมายกำหนด

นโยบายฉบับนี้มีผลตั้งแต่วันที่เผยแพร่บนเว็บไซต์